ผักกูด

ชื่อพื้นเมือง  ผักกูดขาว (ชลบุรี), หัสดำ (นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี), กูดน้ำ (แม่ฮ่องสอน), ไก้กวิลุ ปู่แปลเด๊า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แลโพโด้ แหละโพะโด้ะ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่), แทรอแปล๊ะ (กะเหรี่ยงแดง), หย่ายจ๊วด(เมี่ยน), เหล้าชั้ว (ม้ง), บ่ะฉ้อน (ลั้วะ), ร่านซู้ล (ขมุ), กูดคึ (ภาคเหนือ), ผักกูด (ภาคกลาง), กูดกิน เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Diplazium esculentum (Retz.) Sw.
ชื่อวงศ์ ATHYRIACEAE
ชื่อสามัญ Paco fern, Small vegetable fern, Vegetable fern
ประโยชน์ ยอดอ่อนและใบอ่อนนิยมนำมาบริโภค นอกจากนี้ต้นผักกูด สามารถใช้เป็นดัชนีเพื่อชี้วัดความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมได้ ถ้าหากบริเวณไหนมีอากาศไม่ดี หรือดินไม่บริสุทธิ์ หรือมีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่เจริญหรือแตกต้นในบริเวณนั้น เพราะผักกูดจะขึ้นเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ดินสมบูรณ์และไม่มีสารเคมีเจือปน
   

ผักแขยง

ชื่อพื้นเมือง ผักพา(ภาคเหนือ), จุ้ยหู่โย้ง(จีนแต้จิ๋ว), สุ่ยฝูโหยง(จีนกลาง), ผักกะแยง, แขยง, คะแยง, ผักกะออม, มะออม, ผักลืมผัว, ควันเข้าตา, อีผวยผาย เป็นต้น
ชื่อวิทยาศาสตร์ Limnophila aromatica (Lam.) Merr.
ชื่อวงศ์ PLANTAGINACEAE
ชื่อสามัญ
ประโยชน์ ส่วนของลำต้นและใบที่เป็นยอดหรือลำต้นอ่อน นิยมนำมาประกอบอาหาร รวมถึงใช้รับประทานเป็นผักกับอาหาร เนื่องจากผักชนิดนี้ให้กลิ่นหอมฉุนและสามารถดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ต่างๆได้ดีมาก สามารถประยุกต์นำต้นผักแขยงมาต้มน้ำร่วมกับสมุนไพร ยกตัวอย่างเช่น สะเดา ก่อนใช้ฉีดพ่นแปลงผักหรือสวนผลไม้เพื่อป้องกันหนอนหรือแมลง
   

ผักชีล้อม

ชื่อพื้นเมือง ผักอัน, ผักอันอ้น, ผักอันอ้อ, ผักผันอ้อ, จีอ้อ, ผักหนอกช้าง, จุ้ยคึงไฉ่ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Oenanthe javanica (Blume) DC.
ชื่อวงศ์ APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE
ชื่อสามัญ Water dropwort, Oenanthe
ประโยชน์ ผักชีล้อมใช้เป็นพืชปรุงรสที่ให้กลิ่นฉุน มีรสร้อนแรง ยอดอ่อนนิยมใช้รับประทานเป็นผักสดแกล้มกินกับน้ำพริก ส้มตำ ยำ และลาบ หรือใช้กินแบบทำให้สุก เช่น การย่าง การอบ ทอด หรือทำเป็นซุป ต้ม ตุ๋น หรือนำมาลวกใช้เป็นเครื่องเคียง หรือนำไปตกแต่งโรยหน้าอาหารเช่นเดียวกับผักชี และยังสามารถนำมาทำเป็นผักดองแบบเกาหลีที่เรียกว่ากิมจิได้อีกด้วย นอกจากนี้ผลอ่อนใช้รับประทานเป็นผักจิ้มหรือใช้ปรุงอาหารได้
 

เผือก

ชื่อพื้นเมือง เผือก, บอน, ขือท่อซู่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน), บอน (เมี่ยน), คึ (กะเหรี่ยงเชียงใหม่) (ภาษาจีนเรียกว่า โอ่วไน, โอ่วถึง, โทวจือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Colocasia esculenta (L.) Schott และ Xanthosoma sagittifolium Schott
ชื่อวงศ์ Araceae
ชื่อสามัญ Taro
ประโยชน์ หัวใต้ดินนำไปต้มรับประทาน(กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน,กะเหรี่ยงเชียงใหม่) ส่วนใบอ่อนและก้านใบอ่อนนำมาประกอบอาหาร เช่นใช้ทำแกง บอน (เมี่ยน) นอกจากนี้น้ำยาง ใช้ถอนพิษแมลงกัดต่อย (เมี่ยน) ส่วนใบนำมาต้มให้หมูกิน (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)

 

   

พลับพลึงตีนเป็ด

 

ชื่อพื้นเมือง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Hymenocallis littoralis Salisb..
ชื่อวงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ Spider lily, Giant lily
ประโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับและใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรค

พลับพลึง

 

ชื่อพื้นเมือง ลิลัว(ภาคเหนือ), พลับพลึง(ภาคกลาง), วิรงรอง(ชวา)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Crinum asiaticum Linn.
ชื่อวงศ์ AMARYLLIDACEAE
ชื่อสามัญ Crinum Lily, Cape Lily 
ประโยชน์ ใบสามารถนำเอามาย่างไฟ, พันแก้ฟกช้ำ/บวม/เคล็ดขัดยอก หรือใช้อยู่ไฟหลังคลอด ส่วนหัว จะมีรสขม ซึ่งในอินเดียใช้เป็นยาระบาย, ขับเสมหะ
 

Perry’s Baby Red

Nymphaea ‘Perry’s Baby Red’

ชื่อพื้นเมือง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea ‘Perry’s Baby Red’
ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae
ชื่อสามัญ Perry’s Baby Red
ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับและเพื่อการตัดดอก

 

 

Perry’s fire opal

 

ชื่อพื้นเมือง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea ‘Perry’s fire opal’
ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae
ชื่อสามัญ Perry’s fire opal
ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับและเพื่อการตัดดอก

Nymphaea ‘Wanvisa’

 

ชื่อพื้นเมือง วันวิสาข์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea ‘Wanvisa’
ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae
ชื่อสามัญ Wanvisa
ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับและเพื่อการตัดดอก
 

Mangkala-Ubol

  1. Nymphaea ‘Mangkala-Ubol’
ชื่อพื้นเมือง มังคลอุบล (มัง-คละ-อุบล)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Nymphaea ‘Mangkala-Ubol’
ชื่อวงศ์ Nymphaeaceae
ชื่อสามัญ Mangkala ubol
ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับและเพื่อการตัดดอก
Mangkala Ubol
Mangkala Ubol